รีวิว The Equalizer 2 มัจจุราชไร้เงา 2

หนังดัง 2018 รีวิว อ่านฟรี เรื่อง The Equalizer 2 มัจจุราชไร้เงา 2

The Equalizer 2 มัจจุราชไร้เงา 2 หนังภาคต่อสุดโหดของชายธรรมดาคนหนึ่งที่สามารถนำอาวุธรอบกายมาเป็นอุปกรณ์ในการฆ่าคนได้อย่างคล่องแคล่ว แน่นอนว่าในภาคนี้หนังก็ยังคงได้ อังตวน ฟูกัว (Antoine Fuqua) และ เดนเซล วอชิงตัน (Denzel Washington) ผู้กำกับและนักแสดงนำคนเดิมมาร่วมสานต่อความมันส์อีกครั้ง

The Equalizer 2

เรื่องราวของ โรเบิร์ต แมคคอล มัจจุราชไร้เงาผู้ทำหน้าที่จัดการคนชั่วพิทักษ์คนดีและผู้ที่ถูกกดขี่ข่มเหง จนกระทั่งเกิดเหตุกับคนใกล้ตัวที่เขารัก เขาจึงต้องอาศัยความสามารถทุกอย่างที่มีเพื่อเผชิญหน้ากับมือสังหารที่ผ่านการฝึกมาอย่างโชกโชน ผู้มุ่งมั่นจะทำลายเขาโดยไม่ยอมให้อะไรมาหยุดยั้ง

นับว่าเป็นหนังแอคชั่นทริลเลอร์ที่ได้รับความนิยมจากแฟนหนังมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยการออกลีลาบู๊ที่มีความเฉพาะตัวของตัวเอกในเรื่องอย่าง โรเบิร์ต แมคคอล รับบทโดย เดนเซล วอชิงตัน (Denzel Washington) ที่ดูก็รู้ว่าน่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่าที่เราเห็นว่าเขาเป็นคนธรรมดาที่มีความสามารถในการต่อสู้ ซึ่งในภาคแรกหนังก็ยังไม่ได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครนี้มากนัก และหนังก็ได้ค่อยๆ มาเปิดเผยให้เห็นในภาคนี้เองว่าเขานั้นเคยเป็นอะไรมาก่อน

ด้วยความหนังที่ยังคงรักษาเอกลักษ์ณ์ไว้แบบเดิม ทั้งในเรื่องการตัดต่อ จังหวะ และการบู๊ต่างๆ ทำให้เรารู้สึกถึงความต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องราวในหนังก็ยังคงมีความคล้ายคลึงกับภาคแรก และเหมือนจะชูเจตนาของตัวละคร โรเบิร์ต แมคคอล ที่ต้องการให้โอกาสช่วยเหลือผู้คนให้ชัดเจนมากขึ้นและสนุกกว่าเดิม

แน่นอนว่าหนังขายความแอคชั่นแบบดิบๆ เป็นหลักที่เรียกได้ว่าโหดจัดเต็ม เลือดสาดกันแบบให้เห็นจะๆ สมกับที่ได้เรต R มาทั้งสองภาค และถึงแม้ว่าคุณลุงเดนเซลของเรานั้นจะมีอายุปาไป 64 ก็ยังคงสามารถออกลีลาบู๊และเชือดคนได้อย่างแข็งแกร่ง บวกกับมาดนิ่งๆ ที่ทำให้เราลุ้นว่าจะเกิดเรื่องราวที่ไม่ชอบมาพากลขึ้นหรือไม่ เรียกได้ว่าแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้กันเลยทีเดียว

นอกจากเราจะได้เห็นฉากแอคชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ของหนังแล้ว ในภาคนี้เรายังจะได้เห็นการวางแผนต่อสู้ที่ต้องอาศัยความฉลาดและปฏิภาณไหวพริบสูง ซึ่งจะได้เห็นฉากสนุกๆ เหล่านี้ในตอนท้ายของเรื่อง ที่บอกได้เลยว่าสุดยอดมาก และเชื่อว่าหนังน่าจะสร้างภาคต่อมาได้อีกเพราะยังมีอะไรให้เล่นอีกเยอะ แถมตอนจบยังทิ้งบางอย่างเหมือนจะให้ติดตามต่ออีกด้วย

ดูตัวอย่างหนัง ที่นี่ก่อน ดูหนังใหม่ ด้านล่างนี้


เครดิต : movie.mthai.com/movie-review

รีวิว จอห์น วู รีเมก Manhunt (2017)

Review Movie หนังของ จอห์น วู รีเมก Manhunt (2017)

Manhunt ใครที่โตมากับหนังจีนยุค 80-90 จะต้องเคยได้ยินชื่อของผู้กำกับภาพยนตร์คนดังที่ชื่อว่า “จอห์น วู” อย่างแน่นอน ด้วยเอกลักษณ์ของภาพยนตร์ที่มีซีนเท่ๆ ฉากทำลายล้าง การสืบสวน ปมประเด็นดราม่าในผลงานหลายๆชิ้นของเขาได้สร้างความประทับใจมาอย่างมากมาย

Manhunt (2017)

เมื่อปีที่แล้ว “จอห์น วู” (John Woo) ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังได้เคยให้สัมภาษณ์ว่าเจ้าตัวอยากจะกลับมาทำภาพยนตร์แอคชั่นเจ๋ง ๆ อีกครั้ง และมีความใฝ่ฝันที่อยากจะสร้างภาพยนตร์ในญี่ปุ่นมานานแล้ว ครั้งนี้เขาจึงกลับมาในภาพยนตร์รีเมกสัญชาติญี่ปุ่นเรื่อง “Manhunt” ซึ่งดัดแปลงบทภาพยนตร์จากนิยายของนักเขียนดังอย่าง “จูโค นิชิมูระ” ที่มีผลงานที่คนญี่ปุ่นรู้จักเป็นอย่างดีมาอีกทอดหนึ่ง โดยได้ดารานำอย่าง “ทากากูระ เคน” มารับบทนำ และได้ดาราจากชาวเอเชียเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

อาทิ จางฮั่นหยู, ฉีเหว่ย, จุน คุนิมูระ, ฮิโรยูกิ อิเคะอุจิ, นานามิ ซากุราบะ, ทาโอะ, มาซาฮารุ ฟุกุยามะ และ ฮาจีวอน “Manhunt” ว่าด้วยเรื่องราวของ “โต้วชิว” (จาง ฮั่นหยู) ทนายความสากลที่อยู่ๆก็กลายเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมงานตายหลังจากงานเลี้ยงอำลาตำแหน่ง ทั้งๆที่ตัวเองจำอะไรไม่ได้เลย แถมยังมีกลุ่มคนลึกลับตามล่าเขาด้วย ทำให้เขาต้องหนีตาย ในขณะที่ทางการญี่ปุ่นได้ส่ง “เจ้าหน้าที่ ยามุระ” (มาซาฮารุ ฟุคุยาม่า) เข้ามาทำคดีนี้ แต่เขาเองก็สังเกตเห็นช่องโหว่ของคดี และมั่นใจว่าโต้วชิว ไม่ใช่คนร้ายตัวจริง ทำให้ทั้งสองคนต้องร่วมมือกันเพื่อไขปริศนา และเอาตัวรอดจากการตามล่าของผู้มีอิทธิพลด้วย

[รีวิว] Thor : Ragnarok บุตรแห่งโอดิน สนุก น่าดูจริง ๆ

Thor : Ragnarok บุตรแห่งโอดิน หนังแอ็คชั่น Action Movie

Thor : Ragnarok หรือในคอมมิคก็คือ อีเว้นท์ที่ทำลายล้างเหล่าเทพและแอสการ์ดจนพินาศ กลายเป็นหนังภาคที่ 3 ที่ดำเนินเรื่องโดย ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้าเป็นตัวหลัก ต่อจาก Thor (2011) และ Thor: The Dark World (2013)

จบด้วยการที่ตัวร้าย โลกิ ปลอมตัวเป็น โอดิน กษัตริย์แห่งแอสการ์ดโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ และถ้าว่ากันตามไทม์ไลน์ของจักรวาลมาร์เวล หนังภาคนี้ก็เป็นการเดินหน้าต่อจาก Avengers: Age of Ultron (2015) ในส่วนของตัวละครหลักอย่าง ฮัลค์ ที่ขึ้นยานทะยานออกสู่อวกาศหลังอาละวาดจนมนุษย์โลกหวาดกลัวไปพร้อมกันด้วย

Thor ragnarok

หนังภาคนี้ว่าด้วย ธอร์ ที่ต้องกลับแอสการ์ดมากู้วิกฤตตามคำทำนายที่ชื่อว่า แร็กนาร็อก ซึ่งจะทำลายแอสการ์ดและเหล่าเทพจนสิ้น โดยภัยที่ว่ามาในรูปของราชินีแห่งความตายนามว่า เฮล่า ซึีงได้รับการปลดปล่อยจากคุมขังกลับมา

นอกจากนั้นยังมีภัยข้างกายอย่างโลกิคอยแทงข้างหลังตลอดเวลาอีก ธอร์พลาดท่าถูกทำลายอาวุธประจำกาย ทั้งยังหลุดหายไปในกาลอวกาศจนไปโผล่ยังดาวซาคาร์ที่เป็นสนามกลาดิเอเตอร์จับเอเลี่ยนมาสู้กัน จนจับพลัดจับผลูต้องมาเผชิญหน้ากับสหายเก่าอย่างฮัลค์ที่ลืมเขาจนหมดสิ้น ธอร์จึงต้องหาทางกลับไปแอสการ์ดให้ทันเวลาก่อนทุกอย่างจะสายไป นั่นคือเท่าที่ตัวอย่างหนังบอก

ในภาคนี้ผู้กำกับและนักแสดงสายตลกอย่าง ไทก้า ไวทีตีิ ที่เคยมีผลงานผ่านตาเราอย่างสารคดีปลอมเอาฮาว่าด้วยเหล่าปีศาจที่ต้องปรับตัวในยุคปัจจุบันเรื่อง What We Do in the Shadows (2014) ก็ได้รับความไว้วางใจให้มาสานต่อเรื่องราวที่ว่าไป

ก็คือไตรภาคที่มักเป็นบทสรุปของตัวละครหลักของหนัง ในกรณีนี้คือ ธอร์ ซึ่งเป็นความท้าทายครั้งใหญ่เหมือนกัน เพราะสำหรับแฟนธอร์คงจำได้ว่าหนังธอร์นั้นค่อนข้างอยู่บนพลอตจักร ๆ วงศ์ ๆ ของเหล่าเทพที่แสนเชย พี่ชายน้องชายทะเลาะกันแย่งตำแหน่งว่าที่ราชาพระเอกถูกใส่ร้ายและลงทัณฑ์ให้ไร้พลังตกสู่โลกมนุษย์ และตกหลุมรักสาวมนุษย์ในภาคแรก ก่อนจะมาเพิ่มความดราม่าดุดันด้วยศัตรูที่แกร่งกล้าและทรงพลังขึ้นในภาคสอง แล้วก็มากลายเป็นหนังตลกในภาคสาม!!

Thor ragnarok

ว่าตามตรงหนังตระกูลธอร์ที่ผ่านมา ก็เป็นหนังมาร์เวลที่ดูไปให้มันเติมเต็มจักรวาลเท่านั้น มันไม่ได้สนุกที่สุดดีที่สุดแต่อย่างใด การปิดท้ายและลองของโดยโยนบรรยากาศที่คล้ายหนังฮิตอย่าง Guardians of the Galaxy ซึ่งเน้นในทีมหลากสไตล์หลายบุคลิกตัวละครที่แค่ขัดกันเองก็สนุกแล้ว บรรยากาศโลกที่สีสันฉูดฉาดแบบการ์ตูนจัดจ้าน

มุกตลกยิงกระจายกันทั้งเรื่อง เพื่อมากู้อารมณ์อันแสนจืดชืดของธอร์ แล้วตัดทิ้งตัวละครฝั่งมนุษย์ที่น่าเบื่อทั้งหลายออกไปจนเหี้ยน (ขอโทษแฟน ๆ ของ นาตาลี พอร์ตแมน นางเอกภาคก่อนหน้ามา ณ ที่นี้) ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ Ragnarok รากฐานของตระกูลหนังธอร์เอามาก ๆ และต้องยอมรับว่าทำได้ค่อนข้างดีด้วย

แต่ตรงนี้ก็ต้องบอกไปเลยว่า พอเน้นเอาฮาเอารั่ว ทำให้หนังมันเพี้ยน ๆ ไปเยอะเหมือนกัน ตัวละครทั้งเก่าทั้งใหม่ถูกจับให้ได้ยิงมุกกันถ้วนหน้า จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นคณะเชิญยิ้มกันเลยทีเดียว มันทำให้ความเชื่อในตัวละครที่ถูกสร้าง ๆ มาก่อนหน้าในภาคเก่าถูกทำลายลง มันไม่ค่อยกลมกลืนหรือลื่นไปกันดีนัก

ยิ่งบางอย่างที่ภาคก่อนทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจที่โลกิกลายเป็นราชาของแอสการ์ด กลับถูกเอาไปใช้ในภาคนี้อย่างกับแมนดารินในไอออนแมนอย่างไรอย่างนั้น คืออะไรที่ดูจะซีเรียสเกินไปถูกถอดไปแทบหมดเลย และจากบทสัมภาษณ์ผู้กำกับว่ามีการใส่ฉากตลกเข้าไปทำให้จากเดิมหนังยาว 100 นาที กลายเป็น 130 นาทีในปัจจุบัน นั่นเท่ากับแค่มุกเสริมเรื่องอย่างเดียวก็ปาไป 30 นาทีแล้ว นี่น่าจะบอกอะไรได้หลายอย่างทีเดียว

คือถ้าเอามาดูต่อกัน 3 ภาค ต้องสงสัยล่ะว่าพวกนี้ไปเมาปุ๊นอวกาศกันตอนไหน ซึ่งในแง่ความบันเทิงมันก็ให้คุ้มค่าตั๋วมาก ๆ ยิ่งมีเซอร์ไพร้สที่เอาตัวละครนู้นนี้ในมาร์เวลทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่มารับเชิญมาแจม ทั้งคนทำก็กล้าเปลี่ยนมู้ดอารมณ์ล้อเลียนตัวเองด้วย (ฉากละครจำลองเหตุการณ์ในภาคก่อนตลกมาก ยิ่งดารารับเชิญมาก็กวนส้นขั้นสุดเช่นกัน) มันยิ่งดูเจ๋งดูคูลสุด ๆ แต่พอมองในแง่ความเป็นหนังธอร์ภาคต่อมันก็ไม่ลงตัวนัก การที่รู้ไปก่อนว่าหนังจะตลกมาก เลยเหมือนเป็นการฆ่าตัวตายพอควร เพราะสร้างความคาดหวังเกินจำเป็นให้คนดู ซึ่งยากที่หนังจะเอาชนะความคาดหวังของคนดูได้

สิ่งที่ดีอื่น ๆ ของหนังเช่นฉากต่อสู้ งานซีจี การแสดงยังคงได้มาตรฐานแบบมาร์เวล คือสนุก โดยเฉพาะเหล่าตัวละครนั้นสร้างสีสันได้มาก และเหล่าตัวละครหญิงอย่าง วัลคิวรี และเฮล่า ก็ถือว่ามีบทบาทสำคัญมากกว่าหนังมาร์เวลเรื่องไหน ๆ น่าจะเป็นการปูทางสู่ยุคฮีโร่หญิงในหนังมาร์เวลเฟสถัดไปที่จะมี กัปตันมาร์เวล เป็นแกนกลางก็เป็นได้ ส่วนด้าน ฮัลค์ กับโลกิ ก็กลายเป็นวายร้ายที่ทั้งน่ารักน่าชังคือเกลียดไม่ลงรักไม่สุดไปได้อย่างมีมิติเช่นกัน ต้องยอมรับเรื่องการสร้างตัวละครของมาร์เวลจริง ๆ

Thor ragnarok

สุดท้ายคือ Thor: Ragnarok ถือเป็นสุดยอดของหนังในตระกูลธอร์ที่ภาคอื่นน่าจะเทียบยาก ในแง่ความบันเทิงก็เป็นหนังมาร์เวลที่น่าจะบันเทิงที่สุดในขณะนี้ แต่ถามความน่าจดจำนั้นกลับต้องบอกว่า ไม่ค่อยมีอะไรเหลือให้ตกค้างเท่าไหร่นัก ยังคงเป็นหนังดูเติมเต็มจักรวาลมาร์เวลที่ดูสนุกกว่าเดิมเท่านั้น แล้วถามว่าต้องดูมั้ย ต้องดูล่ะถ้าอยากจะตามเรื่องอื่นของมาร์เวลได้แบบไร้รอยต่อน่ะ

หนังมีฉากหลังเอนด์เครดิต 2 รอบ ครั้งแรกคือหลังกราฟิกชื่อตัวละครหลักจบลง อันนี้สำคัญต้องดูเลยเพราะส่งบทไป Avengers: Infinity War (2018) และหลังจากนั้นต้องนั่งรอเครดิตยาวจบ ก็จะเป็นฉากที่ 2 อันนี้ออกแนวเน้นฮาไม่ค่อยมีผลกับเรื่องมากเท่าไหร่

ขอบคุณข้อมูลจาก beartai.com

[ รีวิว ] The Dark Tower หอคอยทมิฬ 2017 หนังแอ๊คชั่น แฟนตาซี ล้ำ ๆ

ดูหนังใหม่ ปี 2017 แฟนตาซี The Dark Tower หอคอยทมิฬ รีวิวหนัง ฟรี

หนังใหม่ 2017 แอ๊คชั่น Action แฟนตาซี Fantasy ที่น่าดูที่สุด The Dark Tower หนังดัดแปลงมาได้อย่างที่ควรเป็น การแสดงคือดีสุดของที่สุดทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่เลย ตัวละครมีมิติสมกับที่สร้างจากนิยาย หนังมีช่วงอืดแต่ไม่ถึงกับน่าเบื่อ ความพลาดเดียวคือหนังทำออกมาช้าไปมาก ถ้าเรื่องนี้ทำเมื่อสัก 20-30 ปีก่อนตอนที่นิยายมันเพิ่งเขียนตอนมันพีค ๆ นี่จะเป็นหนังระดับตำนานเลย

The Dark Tower

The Dark Tower

หนังดัดแปลงจากผลงานนิยายชุดชื่อเดียวกันของ สตีเฟน คิง ราชาจอมสยองขวัญ ที่มีการนำผลงานไปทำหนังมากที่สุดในโลก สำหรับนักเขียนที่ยังมีชีวิตอยู่ และเป็นนักเขียนที่มียอดขายสูงสุด อันดับ 3 ของโลก จึงเป็นธรรมดาที่หนังเรื่องนี้ จะถูกล่าวขานว่าเป็น ซูเปอร์มาสเตอร์พีซของคิง เพราะถูกเขียนต่อเนื่องมากกว่า 40 ปี ด้วยจำนวนเล่มกว่า 8 เล่ม และเชื่อมโยงจักรวาลนิยายของคิงไว้มากมาย

หอคอยทมิฬ

หอคอยทมิฬ

จอมทมิฬ ขี่ม้าท่ามกลางทะเลทราย โดยมีอัศวินปืนไวกวดหลังไล่ล่า
แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการดัดแปลงมาเป็นหนัง แม้ว่าจะทำออกมายากยิ่ง แต่ก็ได้ผู้กำกับมากหน้าหลายตา มาแสดงฝีไม้ลายมือ บางคนได้รับชื่อว่าอัจฉริยะด้วยซ้ำต่างก็ปรบปรับรับมือมาบ้าง แต่หลายคนก็ขอโบกมือบายไปนับไม่ถ้วนเช่นกัน จนโปรเจ็กต์นี้ตกมาอยู่ในมือ รอน โฮเวิร์ด แต่ว่าเขาก็เลี่ยงไปรับเป็นโปรดิวเซอร์เท่านั้น และได้ผลักดันให้ ผู้กำกับจากถิ่เดนมาร์ก ที่มีผลงานแต่เพียงในบ้านตัวเองอย่าง นิโคลัจ อาร์เซล มาลองงานยักษ์ในฮอลลีวู้ดแทน ซึ่งมีผลงานเด่นจากการเขียนบทหนังเสียมากกว่าการกำกับเสียอีก อย่างเช่น หนังที่เขาเขียนบทอย่าง The Girl with the Dragon Tattoo (2009) เวอร์ชั่นต้นฉบับภาษาเดนมาร์ก เขาจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการดัดแปลงนิยายชุดที่ใคร ๆ ก็ยอมถอย แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงอาร์เซลเท่านั้น เพราะทีมเขียนบทยังได้มือดีมาร่วมอย่าง อากิว่า โกลด์สแมน เจ้าของรางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ และลูกโลกทองคำ
หนังเรื่องนี้ได้เล่าเรื่องราวของ อัศวินปืนไว คนสุดท้าย โรแลนด์ เดสเชน ( ไอดริส เอลบ้า ) ผู้ที่ทอดทิ้งทำหน้าที่คุ้มกันหอคอย เขาเหนื่อยหน่ายกับการต้องทำสงครามกับ วอลเตอร์ โอ’ ดิม หรือ จอมทมิฬ ( แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์ ) ศัตรูชั่วช้า ผู้ทำลายทุกสิ่งที่อยู่รอบกาย โรแลนด์ โดยทั้งหมดจะมองผ่านสายตาของเด็กน้อยนาม เจค แชมเบอร์ ( ทอม เทย์เลอร์ ) ผู้บังเอิญเข้ามาพบ มิดแลนด์ หรือโลกที่ โรแลนด์ กับ วอลเตอร์ และเหล่าอสูรกายอาศัยอยู่ เจค จึงเป็นกุญแจสำคัญ ในการที่ วอลเตอร์ จะทำลายหอคอยได้ ซึ่งหากโค่นหอคอยทมิฬสำเร็จ จะทำให้จักรวาลทั้งหลาย ขาดสิ่งพิทักษ์ปกป้องจากเหล่า ความมืด ชั่วร้าย ที่อยู่ภายนอก จึงเป็นหน้าที่อันจำยอมของ โรแลนด์ ที่จะต้องคุ้มครองเจ้าหนูน้อยคนนี้ให้รอดปลอดภัยให้ได้

หนังเรื่องนี้ ดัดแปลงจาก นิยาย ได้เคารพ สตีเฟน คิง เอามาก ๆ แม้จะไม่ได้ยึดถือตัวเล่มมาแบบบรรทัดต่อบรรทัด แบบเป๊ะขนาดนั้น แต่ว่าการนำเนื้อเรื่องในนิยาย ทำเป็นหนังออกมาได้ยากมาก ส่วนดารานำแต่ละคน แสดงบทบาทของตัวละครออกมาได้ดีมาก โดยเฉพาะ ไอดริส และเจ้าหนู ทอม ช่วยให้เรื่องราวดูน่าติดตามขึ้นมากกว่าเดิม ทำให้ตัวละคร มีมิติ มากยิ่งขึ้น โดยรวมการนำเสนออกมาก็ถือว่าดี แต่การเล่าเรื่องออกมาแบบช้าไปมาก ให้ความรู้สึกแบบเสียอารมณ์มากกว่า จะมีบางช็อตที่สร้างความน่าตื่นเต้น ฉาก CG อลังการงานสร้าง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเนี้ยบ แต่เชื่อว่าในอนาคตหนังเรื่องนี้จะสามารถขึ้นหิ้งของคิงมากกว่านี้แน่นอน สามารถดูตัวอย่างหนัง ก่อนดู หนังเต็มเรื่อวง ที่นี่ คลิกดูเลย ฟรี

ขอบคุณข้อมูล beartai.com/lifestyle/186036

[รีวิว] Wonder Woman : วันเดอร์วูแมน หนังใหม่ Review Movie ปี 2017

รีวิว หนังใหม่ ปี 2017 ดูหนัง Super Hero Wonder Woman Movie ฟรี

ถ้าหากพูดถึงหนังแนวฮีโร่ ซูเปอร์ฮีโร่หญิง Wonder Woman ก็เป็น ซุปเปอร์ฮีโร่ แถวหน้าทางฝั่ง DC หลังจากที่ได้แนะนำตัวเองใน Batman V Superman แล้วได้รับเสียงตอบรับไปในทางที่ดี แกล กาด็อต ดาราสาว หรือ นางงามอิสราเอล ทรวดทรง องเอว เข้ากับชุดเจ้าหญิงอเมซอนได้สวยสุด ๆ วอร์เนอร์ จึงมั่นใจและเปิดไฟเขียวให้กับโปรเจ็คต์แยกเดี่ยวทันที

Super Hero Movie เรื่องนี้ ได้เปิดตัว บรรยากาศ ภาพที่แตกต่างจากบรรดาหนัง ซูเปอร์ฮีโร่ ที่คุ้นตากัน ด้วยการย้อนไปเล่าจุดกำเนิดของ ไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเผ่า อเมซอน ที่อยู่บนเกาะลึกลับ เป็นเผ่าที่มีแต่นักรบหญิงที่ถูกสร้างขึ้นมาโดย เทพซูส เพื่อเตรียมรับมือกับ แอรีส ลูกชายของ ซูส ที่เป็นเทพแห่งสงคราม หลังจากโดน ซูส กำจัดไปแล้วในอดีตกาล และอาจจะกลับมาสร้างวิกฤต ให้กับโลกมนุษย์อีกครั้ง

Wonder Woman

Wonder Woman

Diana ไดอาน่า ปรากฎตัวในภาพเด็กน้อย ที่มีความสนใจอยากฝึกฝนการต่อสู้ ได้รับการฝึกสอนจาก แอนทีโอพี น้าสาวจนแข็งแกร่ง เราได้เห็น ไดอาน่า ใน 3 ช่วงวัย จากเด็กน้อยเป็นเด็กโต แค่ไม่กี่นาที แล้วก็กลายเป็น แกลกาด็อต ที่โชว์ลีลาเหาะเหินให้ดู ไม่นาน ผู้พันเทรเวอร์ ก็ปรากฎตัวมาด้วยฉากเครื่องบินของ ผู้พัน ตกใกล้เกาะอเมซอน

ไดอาน่า เห็นเหตุการณ์ และช่วยชีวิต เทรเวอร์ ไว้ได้ มีฉากต่อสู้ของเหล่านักรบหญิง อเมซอน เป็นฉากรบฉากแรกที่ลากยาว และเต็มไปด้วย แอ็คชั่น เท่ ๆ ของเหล่านักรบรุ่นป้า ชาวอเมซอน ได้ทราบเรื่องราวของสงครามโลกที่เกิดจากการรุกรานของ ลูเดนดอร์ฟ นายพลเยอรมัน ไดอาน่า มั่นใจว่านายพลคือร่างหนึ่งของ แอรีส และขอติดตาม เทรเวอร์ ออกไปกำจัด นายพล เราก็เลยได้เห็น ซูเปอร์ฮีโร่ ที่เป็นผู้หญิงวิ่งนำผู้ชายเป็นฝูง

วันเดอร์วูแมน

วันเดอร์วูแมน

ช่วงที่ ไดอาน่า เหยียบย่างเข้าสู่ ลอนดอน นำเสนอหนังออกมา สอดแทรก อารมณ์ขันได้มากขึ้น กับมุกแบบบ้านนอกเข้ากรุง ไดอาน่า ที่ตื่นตาตื่นใจไปกับทุกสิ่งทีได้พบเห็น ฉากลองชุดได้โชว์มาดนางแบบของแกลให้ได้เห็นกันชัด ๆ สวยทุกชุดจริง ๆ ช่วงนี้หนังได้ เอ็ตต้า ผู้ช่วยของ เทรเวอร์ มาช่วยเติมมุกให้ได้ขำเล็ก ๆ กันบ้าง หนังเปิดตัวละครอีก 3 นาย ในฐานะเพื่อน ๆ ของ เทรเวอร์ ที่จะร่วมทีมเฉพาะกิจไปสังหาร ลูเดนดอร์ฟ แรกทีดูเหมือนทั้ง 3 นายนั้น จะมาช่วยเพิ่มสีสันให้กับหนังด้วยความสามารถที่แตกต่างทั้งบทบาท สไนเปอร์มือฉมัง พรานอินเดียนแดง และอดีตคอมมานโด ที่ผ่านมาหลายศึก แต่จนแล้วจนรอดทั้ง 3 นาย ก็ไม่ได้มีฉากโชว์ความสามารถเลย

วันเดอร์วูแมน

วันเดอร์วูแมน

หนังเรื่องนี้มี โหมด หลากหลายโหมดด้วยกัน ตั้งแต่ฉากซอฟต์ ๆ เบา ๆ จนถึงฉากจุดเดือด อย่างเช่น ฉากที่ ไดอาน่า ในชุดวันเดอร์วูแมนวิ่งลุยเดี่ยวเข้าสู่สนามรบ และนับเป็นฉากที่ดีที่สุดเท่ที่สุดในเรื่องแล้ว จากนี้เราก็ได้เห็น ไดอาน่า โชว์ฉากต่อสู้อีกหลายฉาก แต่ละฉากชื่นชมว่าออกแบบท่าทางการต่อสู้ออกมาได้พลิ้วไหวสวยงามได้ดีมาก ๆ

การที่หนังเรื่องนี้ ได้นักแสดงนำอย่าง แกล กาด็อต มาใส่ชุดวันเดอร์ วูแมน นับได้ว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสุด ๆ เลยก็ว่า ด้วยหุ่นนางแบบ ความสูง 178 เซนติเมตร และมีร่างกายที่ แข็งแกร่ง สูงเพรียว ทำให้เสื้อผ้า การดีไซน์ชุดในแต่ละฉากก็ทำได้ออกมาได้ดี สามารถปรับเปลี่ยนชุดฟอร์มดั้งเดิมให้ดูทะมัดทะแมงดุดันมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ เสื้อเกาะอก กระโปรงสั้น เอาไว้ แกล สวยได้ทุกนาทีที่อยู่บนจอ กล้องชอบโฟกัสที่หน้าเธอบ่อย ๆ ด้วย เวลาที่เธอโปรนยิ้มให้กล้องโชว์ฟันขาว ๆ เรียงสวย เรียกได้ว่าสะกดคนดูได้อยู่ทั้งชายและหญิง

สรุปคือ หนังพยายามนำเสนอเรื่องราวในแนวที่แปลกใหม่ เดินเรื่องบนบรรยากาศ สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็น ซูเปอร์ฮีโร่หญิง ที่ได้รสชาติแปลกใหม่ มีมิติที่แปลกตา และสวยงาม หนังตัดจบด้วย จุดที่เป็นไคลแมกซ์ มีความเป็นหนังการ์ตูน และคาดเดาว่าน่าจะถูกใจผู้ชมรุ่นเล็ก ที่เห็นยอดมนุษย์ฝ่ายดี ฝ่ายร้าย มาปล่อยแสงใส่กัน พร้อมทั้งมีเสียงเพลง คลอดนตรีฮึกเหิม “ Is She With You ” ที่เป็นเพลงเปิดตัว Wonder Woman จากหนัง Batman V Superman และสุดท้าย ต้องบอกเลยว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่สามารถดูได้ทุกเพศ ทุกวัย ดูตัวอย่างหนัง ฟรี ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก beartai.com/lifestyle/171993, movie.thaiware.com/991-Wonder-Woman.html

Kong : Skull Island [Movie Hot]

ภาพยนตร์มาใหม่ แห่งปี 2017 Kong : Skull Island

ภาพยนตร์ Kong : Skull Island เรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องราวการเดินทางของช่างภาพหนังสือพิมพ์สาว วีเวอร์ ในภารกิจเยือนเกาะลึกลับแห่งหนึ่ง กับคณะทีมสำรวจติดอาวุธ ภายใต้การคุ้มครองของผู้กอง เจมส์ คอนราด อดีตเจ้าหน้าที่ทีมสำรวจ แต่ปรากฏว่าสถานการณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด เมื่อจุดประสงค์ที่แท้จริงของการมาเยือนเกาะลึกลับ เกี่ยวข้องกับยุคประวัติศาสตร์ที่สาบสูญนี้ ได้ถูกเปิดเผย พร้อมด้วยอันตรายจากการปรากฏตัวของ คิงคอง ขนาดยักษ์ที่จู่โจมพวกเขาแบบไม่ทันตั้งตัว รวมไปถึงการเผชิญหน้ากับอันตรายในป่าลึกอื่น ๆ ที่จะเปิดทุกอณูสัมผัสให้ตื่นตัวมากกว่าเคย

Kong-Skull Island

Kong-Skull Island

จุดเด่น ของภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องของ CG ที่เรียกได้ว่าจัดเต็มมาก ภาพสวยมาก ๆ มีหลายฉากที่สามารถดึงเราเข้าไปสู่ห้วงของภาพยนตร์ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองได้อยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

Kong-Skull Island

Kong-Skull Island

นอกจากเราจะได้ดูเจ้า คิงคองยักษ์ ตัวนี้ จากที่เราได้เห็นในตัวอย่างไปแล้วว่ามี สัตว์ประหลาด อีกหลายตัวที่โผล่มาในเรื่องนี้ และพวกมันก็ทำให้เราต้องอึ้ง ทุกตัวมีความเหมือนจริงมาก ถ้าพวกมันมีชิวตอยู่จริงก็คงจะต้องมีผวากันบ้างแน่นอน และนั้นก็ทำให้ ภาพยนตร์ เรื่องนี้มีความน่าสนใจ และน่าติดตาม

Kong-Skull Island

Kong-Skull Island

บทภาพยนตร์เรื่องนี้ พยายามสร้างอารมณ์ขันแบบไม่ต้องใช้คำพูดอะไรมาก เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ชมในประเทศอื่นจะสามารถเข้าใจได้ชัดเจนดูแล้วไม่เยอะจนเกินไป และในช่วงสุดท้ายของภาพยนตร์มี End Credit เชื่อมจักวาลระหว่าง King + Monsters

คุณสามารถติดตาม ดูหนัง ฟรี ออนไลน์ ได้เลยที่เว็บไซต์ให้บริการดูหนังย้อนหลัง หนังใหม่ หนังเก่า และหนังประเภทอื่น ๆ ดูฟรี ได้เลย ที่ 99hdmovie หรือติดตาม ดูตัวอย่างหนัง ฟรี ที่นี่